
เมื่อแสงไฟสาดส่องลงบนรันเวย์ เสียงดนตรีเริ่มบรรเลง เราจะได้เห็นนางแบบก้าวเดินอย่างสง่างามบนรันเวย์ ชุดที่งดงามราวงานศิลปะ หรือแสงสีเสียงที่ชวนตื่นตาตื่นใจ แฟชั่นโชว์ ระดับโลกดูราวกับเป็นเวทมนตร์ที่เกิดขึ้นมาได้อย่างง่ายดาย แต่แท้จริงแล้วโชว์เพียงไม่กี่นาทีนี้คือผลลัพธ์ของการทำงานที่ยาวนานและละเอียดอ่อนอย่างมาก เบื้องหลังแฟชั่นโชว์ระดับโลกนั้นเต็มไปด้วยเรื่องราวที่ซับซ้อน ความทุ่มเทของทีมงานนับร้อย เริ่มตั้งแต่การออกแบบ ทดลองเนื้อผ้า การฟิตติ้งและแก้ไขให้ชุดเหมาะสมกับรูปร่างของนางแบบ การคัดเลือกนางแบบ นายแบบ การเตรียมงานหลังเวที ไปจนถึงความท้าทายที่ต้องเผชิญในทุกวินาที ทุกขั้นตอนล้วนเต็มไปด้วยแรงกดดัน และความคิดสร้างสรรค์ วันนี้เราจะพาทุกคนเปิดประตูสู่โลกแฟชั่นในมุมที่ไม่ค่อยถูกเปิดเผย และค้นพบเสน่ห์อีกชั้นหนึ่งของแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่ซ่อนอยู่ จะเป็นอย่างไรนั้นไปดูกันเลย
ก่อนที่จะมาทำแฟชั่นโชว์บนเวทีได้นั้น ทางแฟชั่นดีไซเนอร์ จะต้องหาแรงบันดาลใจจากศิลปะ วัฒนธรรม หนังสือ ภาพยนตร์ หรือทริปที่ไปมา เพื่อนำมาออกแบบชุด เลือกเนื้อผ้าและการตัดเย็บ สร้างตัวอย่าง (Prototype) และแก้ไขจนลงตัว คิดธีมหลักของงาน (Concept / Story) กำหนดอารมณ์หลัก (Mood & Tone) ของโชว์ วางคอนเซปต์ของลุคตั้งแต่ชุดเปิดจนถึงชุดปิด ซึ่งคอลเล็กชันหนึ่งอาจใช้เวลานานกว่า 6 เดือนกว่าจะพร้อมสำหรับขึ้นเวที
หลายคนอาจจะคิดว่านางแบบ นายแบบที่ถูกเลือกมานั้นเป็นเพราะมีความสวย ความหล่อ หรือมีรูปร่างที่ดีเพียงอย่างเดียว แต่ความจริงนั้นการคัดเลือกนางแบบผ่านกระบวนการต่างๆมากมาย เพื่อให้ได้นางแบบ นายแบบที่มีคาคาแรกเตอร์ ที่ถ่ายทอดอารมณ์ได้ไม่เหมือนกัน มีเอกลักษณ์ความโดดเด่นเฉพาะตัว สื่อสารเรื่องราวของชุดออกมาได้ดี มีลุคเหมาะกับเสื้อผ้าที่ต้องสวมใส่ หลังผ่านการคัดเลือกแล้ว ต้องทำฟิตติ้งหลายครั้ง เพื่อปรับชุดให้พอดีกับแต่ละคน เพื่อความสมบูรณ์แบบที่สุด
เป็นขั้นตอนที่ Show Director ต้องกำหนดและวางแผนการเดินบนเวที ลำดับของชุดว่าชุดไหนเป็นชุดเปิด และชุดไหนควรเป็นชุดปิด เพลงบรรเลงและแสงสีเหมาะสมกับธีมงาน ชุดที่เดินหรือไม่ เพลงจะเริ่มและเปลี่ยนจังหวะตรงไหน ไฟต้องสว่างหรือลดลงในวินาทีใด นางแบบต้องเดินให้เข้ากับจังหวะของเพลง เป็นขั้นตอนในการทำงานที่แฟชั่นโชว์ระดับโลกให้ความใส่ใจสูง และมีการทำงานร่วมกันในหลายๆ ฝ่าย

งานแฟชั่นโชว์ หลังเวทีเรียกได้ว่าเป็นที่ที่มีความวุ่นวาย อลหม่านมากที่สุด เพราะทุกคนต้องร่วมแรงร่วมใจกัน ตั้งแต่ ทีมแต่งหน้า–ทำผม ช่างเสื้อผ้าสำหรับเปลี่ยนชุด ทีมประสานงานในการรันคิว นางแบบคนหนึ่งอาจต้องเปลี่ยนชุดภายใน 20–30 วินาที หลังจากเดินลงเวที จึงต้องมีทีมคอยช่วย 2-3 คนเพื่อความรวดเร็วและทำให้แฟชั่นโชว์มีความต่อเนื่อง ไม่ขาดตอน
การทำ แฟชั่นโชว์ ขึ้นมาหนึ่งโชว์นั้น ก่อนจะถึงวันโชว์จริงต้องมีการซ้อมหลายครั้งอย่างมาก เพื่อให้ทุกอย่างเข้าที่ งานออกมามีความสมบูรณ์ เกิดความผิดพลาดน้อยที่สุด นางแบบ นายแบบ ต้องซ้อมเดินกับชุดและรองเท้าจริง ซ้อมเดินบนเวทีจริง ซ้อมตำแหน่งการหันตัว จุดหยุดเดิน ซ้อมเวลาที่ต้องเปลี่ยนชุดหลังเวที แสง สี เสียงต้องมีการซ้อมและรันคิวให้พร้อมกัน เพื่อให้มั่นใจว่าโชว์ออกมามีความไหลลื่น ต่อเนื่องกัน
ในงานแฟชั่นโชว์อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้เสมอ เช่น ซิปแตก ชุดหลวม รองเท้าไม่พอดี เครื่องประดับหลุด เราจึงต้องมีการเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้พร้อม ทั้งเข็ม ด้าย กาวพิเศษสำหรับติดผ้า คลิปหนีบ ช้อนรองรับรอยยับ กรรไกร เทปสองหน้า หรือ สเปรย์กันผ้าเลื่อนสำหรับรองเท้าส้นสูง เพื่อแก้ไขปัญหาให้ทัน

ก่อนเริ่มขึ้นเวทีต้องมีการแต่งหน้า ทำผม ดีไซเนอร์ตรวจเช็ครายละเอียดของชุด ตรวจเช็คโปรดักชันเช็กไฟ–เสียง–ฉาก จากนั้นสแตนบายเตรียมพร้อมสำหรับการโชว์ โดยเริ่มต้นขึ้นเมื่อไฟดับลง และเพลงเริ่มบรรเลง
ต้องมีการสัมภาษณ์ดีไซเนอร์ ถึงความเป็นมาของโชว์ที่เกิดขึ้น ถ่ายรูปลุคทุกลุคอย่างเป็นทางการ ส่งข้อมูลให้สื่อต่างๆ เก็บชุดไปถ่ายต่อสำหรับนิตยสาร และทำการประชุมสรุปงานว่าส่วนไหนต้องปรับปรุงอย่างไร
เป็นอย่างไรกันบ้างคะกับ เบื้องหลังแฟชั่นโชว์ระดับโลกที่คุณอาจไม่เคยรู้ ที่เรานำมาฝากกัน เบื้องหลังของแต่ละโชว์นั้นมีความซับซ้อน ทุกฝ่ายต้องทำงานประสานกันอย่างไร้ที่ติ ความสวยงามบนรันเวย์ที่ออกมาจึงแสดงถึงความพยายาม ความเหน็ดเหนื่อยอดทน การทำงานหนัก และความคิดสร้างสรรค์มหาศาลของผู้คนที่อยู่หลังม่านทุกคนออกมาได้ดีสุด หากใครสนใจอยากเรียนต่อทางด้านแฟชั่นในต่างประเทศ กำลังมองหาที่ปรึกษาเพื่อเตรียมตัว สามารถติดต่อได้ที่นี่เลย https://dp-education.com/