ที่คว้ารางวัลชมเชยพิเศษของการเเข่งขันชิงทุนการศึกษา Istituto Marangoni x Vogue Talents หลักสูตรป.โท Master in Fashion Design Womenswear ของสถาบันอีสตีตูโตมารังโกนี วิทยาเขตลอนดอน มาได้อย่างน่าชื่นชม👏🏻 กับผลงานเเฟชั่นดีไซน์คอลเลกชั่นพิเศษในหัวข้อ “Sustainability” โดยการนำขยะพลาสติกที่กำลังเป็นปัญหาใหญ่กับสิ่งแวดล้อมมาเข้าขบวนการรีไซเคิลเพื่อให้ได้มาซึ่งเส้นด้ายรีไซเคิลที่สามารถนำไปทอเป็นผ้าผืนใหม่ได้อีกครั้ง ผสานกับการนำลายผ้าซิ่นตีนจกเมืองลับแลเข้ามาใช้ในการสร้างสรรค์ผลงาน โดยผลงานในครั้งนี้นอกจากจะเป็นการช่วยอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมแล้วยังเป็นการอนุรักษ์ลายผ้าทออันเป็นเอกลักษณ์อันทรงคุณค่าของประเทศไทยไว้อีกด้วย
อัณณ์-อัณณ์ จะได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษา ได้ลดค่าเทอม 4,000 ปอนด์(ประมาณ 185,650 บาท) และจะบินไปเรียนที่สถาบันอีสตีตูโตมารังโกนี เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ปีหน้า
เราขอเเสดงความยินดีกับ อัณณ์-อัณณ์ อีกครั้งที่ชนะทุนการศึกษารายการใหญ่ Istituto Marangoni x Vogue Talents ที่มีนักเรียนออกเเบบเเฟชั่นที่มีพรสวรรค์สมัครเข้าร่วมเเข่งขันจากทั่วโลก!
เราขออวยพรให้ อัณณ์-อัณณ์ โชคดี สนุกกับการเรียนด้านเเฟชั่นดีไซน์ที่สถาบันมารังโกนี เมืองลอนดอน🇬🇧 เมืองเเห่งเเฟชั่นโลก!
ที่คว้ารางวัลการเเข่งขันชิงทุนการศึกษา Istituto Marangoni Scholarship: February 2022 หลักสูตรป.โท Master in Fashion Luury Brand Management ของสถาบันอีสตีตูโตมารังโกนี วิทยาเขตลอนดอน มาได้อย่างน่าชื่นชม👏🏻 กับการยื่นส่งเอกสารประวัติการเรียนเเละการทำงานเข้าประกวดทุน ซึ่งน้องพริมโรส คือ เด็กนักเรียนเเฟชั่นดีไซน์ คณะศิลปกรรมศาสตร์ สาขาศิลปะการออกแบบพัสตราภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ที่เรียนจบได้เกียรตินิยมอันดับ 1 กับวิชาเอกด้านแฟชั่นเเละเลือกเรียนวิชาโทด้านการตลาด
ถ้าเราได้ชมรูปเเฟชั่นคอลเลกชั่นผลงานจบการศึกษาของเธอ ก็เป็นเครื่องการันตีความสามารถที่เก่งกาจเเละยอดเยี่ยมของเธอได้เป็นอย่างดี
น้องพริมโรส จะได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษา ได้ลดค่าเทอม 2,500 ปอนด์(ประมาณ 115,000 บาท) และจะบินไปเรียนที่สถาบันอีสตีตูโตมารังโกนี เมืองลอนดอน ประเทศอังกฤษ ในเดือนกุมภาพันธ์ 2565 ปีหน้า
เราขอเเสดงความยินดีกับ พริมโรส อีกครั้งที่ชนะทุนการศึกษาIstituto Marangoni Scholarship: February 2022 หลักสูตรป.โท Master in Fashion Luury Brand Management ของสถาบันอีสตีตูโตมารังโกนี วิทยาเขตลอนดอน ที่มีนักเรียนเเฟชั่นที่มีพรสวรรค์สมัครเข้าร่วมเเข่งขันจากทั่วโลก!
เราขออวยพรให้ พริมโรส โชคดี! สนุกกับการเรียนหลักสูตรป.โท สาขาบริหารเเละการจัดการด้านเเฟชั่นลักซ์ชัวรี่ ที่สถาบันมารังโกนี เมืองลอนดอน🇬🇧 เมืองเเห่งเเฟชั่นโลก!
ผู้คว้ารางวัลทุนการศึกษา🏆 หลักสูตรปริญญาโท สาขา Product Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565
ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี เเละอรรับรางวัลได้ลดค่าเรียนที่มีมูลค่ากว่า 325,000 บาท👏🏻
อร นักศึกษาที่จบการศึกษาเกียรตินิยมอันดับ 1 คณะวิจิตรศิลป์ หลักสูตรป.ตรี ศิลปบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คว้ารางวัลการประกวดชิงทุน Domus Academy Scholarship Competition February 2022 Intake ของคณะ Master in Product Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565 สถาบันโดมุส โดยได้ทำโปรเจกต์ออกแบบ ‘โคมไฟ Sundance’ ใหกับ Nemo บริษัทผลิตโคมไฟชั้นนำของอิตาลี🇮🇹 ส่งเข้าประกวด!
อร ได้กล่าวถึงผลงานประกวดว่า ‘โคมไฟ Sundance’ มีแนวคิดในการออกแบบที่ได้เเรงบันดาลใจจาก “ดวงอาทิตย์เต้นรำ” ที่เคลื่อนไหวหมุนวนบรรจบบนท้องฟ้าผืนเดิมในทุกวัน มีผู้คนมากมายพบเห็นทรงกลมดวงใหญ่ดวงนี้ส่องแสง เพื่อมอบความสดใส สดชื่น และรื่นรมณ์
โคมไฟถูกเลือกใช้ด้วยโครงสร้างอะลูมิเนียมผิวด้าน และแก้วพร้อมแผ่นอะครีลิกกลมเนื้อใส ที่ได้นำเสนอเทคนิคของแสงด้วยการเคลื่อนไหวที่น่าประหลาดใจของพระอาทิตย์(จานกลม) เพื่อสร้างและรักษาปฏิสัมพันธ์ทางอารมณ์ระหว่างผู้คน ที่ทุกอย่างถูกเชื่อมต่อกันด้วยอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง(Internet of Things)
อร ออกแบบโปรเจกต์โคมไฟได้อย่างยอดเยี่ยม! โดยคว้ารางวัลเป็นทุนการศึกษาได้ลดค่าเรียน 30% ที่มีมูลค่ากว่า 325,000 บาท ในการเรียนหลักสูตร Double Award Master’s Programme คณะ Master in Product Design ที่ทางโดมุสพัฒนาหลักสูตรขึ้นใหม่ ซึ่งอรจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 ดีกรี คือ Italian Master 🇮🇹 เเละ UK Master of Arts 🇬🇧 ที่ออกวุฒิให้โดย Regent University London
ผู้พิชิตทุนการศึกษา🏆 คณะ Master in Interior & Living Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565
ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี เเละเบนได้รับรางวัลลดค่าเรียนที่มีมูลค่ากว่า 370,000 บาท👏🏻
เบน อินทีเรียดีไซเนอร์มากฝีมือจากวีสตูดีโอ @vi.studiodesign ที่จบการศึกษาจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ สาขาวิชาสถาปัตยกรรมภายใน มหาวิทยาลัยกรุงเทพ คว้ารางวัลการประกวดชิงทุน Domus Academy Scholarship Competition February 2022 Intake ในหลักสูตร Academic Master’s Programme in Interior & Living Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565 โดยได้ทำโปรเจกต์ออกเเบบภายในพิเศษ “Dream House” ที่มีคอนเซ็ปต์ Sustainable Design หรือการออกแบบที่สอดคล้องกับบริบทโดยรอบและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ส่งเข้าประกวด🙌🏼
นี่คือโครงการประกวดออกแบบบ้านหลังเล็กในฝัน โดยเบนเชื่อว่าการออกแบบสามารถเปลี่ยนแปลง สร้างคุณภาพชีวิตและสิ่งต่างๆให้พัฒนาดีขึ้นได้
การออกแบบบ้านต้นแบบนี้ มีเป้าหมายเพื่อเป็นโครงการพัฒนาแหล่งชุมชนเสื่อมโทรมในประเทศต่างๆทั่วโลก โดยการออกแบบพื้นที่ภายในให้สอดคล้องกับบริบทของสังคม ปรับพื้นที่การใช้งานให้หลากหลายต่อผู้อยู่อาศัย เลือกใช้วัสดุธรรมชาติ ลดการปรุงแต่ง มีการเชื่อมต่อบ้านสู่บ้าน ก่อเกิดเป็นชุมชน เชื่อมต่อกับสังคมอย่างมีคุณภาพและยั่งยืน🙌🏼
โปรเจกต์ชิงทุนกับผลงานออกเเบบภายในที่เต็มไปด้วยคุณภาพของเบน! ก็ได้คว้ารางวัลเป็นทุนการศึกษาได้ลดค่าเรียนถึง 40% ที่มีมูลค่ากว่า 370,000 บาท ในการเรียนหลักสูตรปริญญาโท ในสาขา Interior & Living Design
ผู้คว้ารางวัลทุนการศึกษา🏆 หลักสูตรปริญญาโท Master in Visual Brand Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565
ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี เเละบีมรับรางวัลได้ลดค่าเรียนที่มีมูลค่ากว่า 221,550 บาท👏🏻
.บีม นักศึกษาที่จบการศึกษาจากหลักสูตรปริญญาตรี ศิลปกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาการออกแบบนิเทศศิลป์ (หลักสูตรนานาชาติ) มหาวิทยาลัยมหิดล อินเตอร์ (MUIC) คว้ารางวัลการประกวดชิงทุน Domus Academy Scholarship Competition February 2022 Intake ของคณะ Master in Visual Brand Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565 สถาบันโดมุส โดยได้ทำโปรเจกต์ออกแบบผลงานด้านกราฟิกดีไซน์เเละนำผลงานมาสร้างภาพลักษณ์ให้กับเเบรนด์ ดูคาติ มอเตอร์ไซค์บิ๊กไบค์สัญชาติอิตาลี🇮🇹 ที่มีดีไซน์อันโดดเด่นชื่อดังของโลก ส่งเข้าประกวด!
บีม ได้กล่าวถึงผลงานประกวดว่า โจทย์ชิงทุนต้องการให้เราทำแคมเปญการตลาดออนไลน์เเละการออกแบบภาพลักษณ์ของเเบรนด์ขึ้นมาใหม่ เพื่อโปรโมทสินค้าเเละเจาะตลาดกลุ่มเป้าหมายของแบรนด์ดูคาติ ซึ่งต้องการให้เเบรนด์เข้าถึงวัยรุ่นเจนใหม่อย่าง Gen Z อายุ 18-25 ปีในประเทศจีน ตะวันออกกลาง ยุโรป และอเมริกาเหนือ บีมจึงวางคอนเซ็ปต์ของโปรเจกต์นี้โดยการดีไซน์โปสเตอร์ที่สื่อถึงความเป็นดูคาติและเชื่อมโยงกับสัญลักษณ์ต่างๆเพื่อให้ภาพลักษณ์ของเเบรนด์ดูดี ดึงดูดลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่นเจนใหม่ ให้เข้าถึงเเบรนด์ได้ง่ายมากขึ้น
บีม ออกแบบโปรเจกต์ได้โดนใจคณะกรรมการ! โดยคว้ารางวัลเป็นทุนการศึกษาได้ลดค่าเรียน 20% ที่มีมูลค่ากว่า 221,550 บาท ในการเรียนหลักสูตร Double Award Master’s Programme คณะ Master in Product Design ที่ทางโดมุสพัฒนาหลักสูตรขึ้นใหม่ ซึ่งอรจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 ดีกรี คือ Italian Master 🇮🇹 เเละ UK Master of Arts 🇬🇧 ที่ออกวุฒิให้โดย Regent University London
ผู้พิชิตทุนการศึกษาคณะ Master in Urban Vision & Architectural Design เทอมกุมภาพันธ์ 2565
ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี เเละเนมรับรางวัลโดยได้ลดค่าเรียนที่มีมูลค่ากว่า 190,250 บาท👏🏻
👦🏻เนม เพิ่งจบการศึกษาจากคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง สาขาภูมิสถาปัตยกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลการประกวดชิงทุน Scholarship Competition February 2022 Intake ในหลักสูตร Master in Urban Vision & Architectural Design ของสถาบันโดมุส เทอมกุมภาพันธ์ 2565 โดยได้ทำโปรเจกต์ “บ้านในฝัน” ออกเเบบสถาปัตย์ชุมชนเมือง ให้กับ LISSONI&PARTNERS บริษัทออกแบบบ้านชื่อดังของอิตาลี🇮🇹 ส่งเข้าประกวด!
เนม อธิบายถึงคอนเซ็ปต์ในการออกแบบโปรเจกต์นี้ว่าอยากออกเเบบบ้านในฝันที่คอนเนคกับธรรมชาติ เพราะโดยรอบพื้นที่ที่จะออกเเบบบ้านนั้นอยู่ติดกับทุ่งนาและภูเขา ซึ่งผู้อยู่อาศัยต้องเป็นคนรักธรรมชาติโดยทุนเดิมอยู่แล้ว การออกแบบจึงมุ่งเน้นไปที่การใช้สเปซทั้งภายในและภายนอกอาคารเป็นรูปแบบของ “ชาน” เนมจึงได้วางเเปลนของอาคารเพื่อให้ลมพัดเข้ามา ทำให้อากาศถ่ายเท มีลมเย็นพัดผ่านตลอดเวลา เหมาะสำหรับทุกคนในครอบครัวในการทำกิจกรรมต่างๆร่วมกันอย่างมีความสุข
ส่วนพื้นที่ภายนอก เนมได้วางคอนเซ็ปต์ออกเเบบภูมิทัศน์ไว้สี่ระดับ
1. Field อยู่โดยรอบเพื่อสร้างบรรยากาศ
2. Lawn รองรับกิจกรรมขนาดใหญ่สำหรับเพื่อน และครอบครัว
3. Garden ทำสวนไว้สำหรับพักผ่อนภายในบริเวณบ้าน
4. Backyard garden สำหรับไว้ทำเป็นพื้นที่เพาะปลูกเล็กๆ
ซึ่งแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะที่ต่างกันออกไปทั้งรูปแบบการใช้งาน ขนาดของพื้นที่ เพื่อรองรับกิจกรรมต่างๆ ที่จะเกิดขึ้น
ผู้พิชิตทุนการศึกษาคณะ Master in Urban Vision & Architectural Design
เทอมพฤศจิกายน 2564 ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี มาครองได้อย่างยอดเยี่ยม👏🏻
เเบงค์ นักศึกษาที่เพิ่งจบการศึกษาจาก คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ คว้ารางวัลการประกวดชิงทุน Portfolio Contest คณะ Master in Urban Vision & Architectural Design ของสถาบันโดมุส เทอมพฤศจิกายน 2564 โดยส่งผลงานพอร์ตโฟลิโอด้านออกแบบสถาปัตยกรรม ที่เเหวกเเนวเเละเต็มไปด้วยจินตนาการส่งเข้าประกวด!
เเบงค์ ไม่ทำให้เราผิดหวัง! โดยคว้ารางวัลเป็นทุนการศึกษาได้ลดค่าเรียน 25% ที่มีมูลค่ากว่า 282,050 บาท ในการเรียนหลักสูตร Double Award Master’s Programme คณะ Master in Urban Vision & Architectural Design ที่ทางโดมุสพัฒนาหลักสูตรขึ้นใหม่ ซึ่งแบงค์จะได้รับวุฒิการศึกษา 2 ดีกรี คือ Italian Master 🇮🇹 เเละ UK Master of Arts 🇬🇧 ที่ออกวุฒิให้โดย Regent University London
ผู้พิชิตทุนการศึกษาเทอมพฤศจิกายน 2564 ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี มาครองได้อย่างภาคภูมิใจ👏🏻
.หมิว ศิษย์เก่า Commde Chula เเละปัจจุบันทำงานในตำเเหน่ง Store Design, Planning & Visual Merchandising Assistant ที่เเบรนด์ดังอย่าง Cartier ประเทศไทย คว้ารางวัลสูงสุดของการประกวดชิงทุน Portfolio Contest คณะ Master in Fashion Styling & Visual Merchandising ของสถาบันโดมุส เทอมพฤศจิกายน 2564 โดยส่งผลงานพอร์ตโฟลิโอด้านเเฟชั่นสไตลิ่ง ด้านการตกแต่งหน้าร้านและการสร้างบรรยากาศการขาย ซึ่งหมิวได้รับคะเเนนสูงสุด!
หมิวได้รับรางวัลคือการลดค่าเรียน 30% ที่มีมูลค่ากว่า 342,500 บาท ในการเรียนหลักสูตร Double Award Master’s Programme ที่ทางโดมุสพัฒนาขึ้นใหม่
ซึ่งหมิวจะได้รับวุฒิการศึกษา 2 ดีกรี คือ Italian Master 🇮🇹 เเละ UK Master of Arts 🇬🇧 ที่ออกวุฒิให้โดย Regent University London
นอกจากนี้ หมิว จะได้โอกาสสำคัญคือการได้เดินทางไปทัศนศึกษาทริปพิเศษที่เมืองลอนดอน ในเดือนสิงหาคม 2565 เป็นเวลา 1 อาทิตย์ ที่โรงเรียน Regent University London อีกด้วย
ผู้พิชิตรางวัลอันดับที่ 3 ของการเเข่งขันชิงทุนการศึกษาเทอมกันยายน 2564 ของสถาบันโดมุสอะคาเดมี โรงเรียนสอนออกเเบบเเละแฟชั่นชื่อดังของอิตาลี ในหลักสูตรป.โท คณะ Master in Luxury Brand Management ซึ่งเเพรได้วิเคราะห์เเผนธุรกิจให้กับ 10.corso.como ร้านมัลติเเบรนด์ชื่อดังของอิตาลี🇮🇹
.🏆เเพร ชนะทุน 40% ได้รับรางวัลเป็นทุนการศึกษา มูลค่า 377,800 บาท ในการได้ส่วนลดในการจ่ายค่าเรียนป.โท Italian Master Degree จากจำนวนเต็ม 944,500 บาท เเละการเเข่งขันชิงทุนครั้งนี้ มีนักเรียนสายดีไซน์ยื่นสมัครเข้าเเข่งขันชิงทุนจากทั่วโลก เก่งมากๆครับ👏🏻👏🏻👏🏻

นิสิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2 สาขาเเฟชั่นและสิ่งทอ
ผู้พิชิตทุนการศึกษา NABA Summer 2022 หลักสูตร Fashion Design
นิสิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2สาขาเเฟชั่นและสิ่งทอ
ผู้พิชิต ทุนการศึกษา NABA Summer 2022 หลักสูตร Fashion Design
นิสิต คณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ปี 2 สาขาเเฟชั่นและสิ่งทอ
ผู้พิชิตทุนการศึกษา NABA Summer 2022 หลักสูตร Fashion Image & Styling
บัณฑิตจบใหม่ คณะศิลปกรรมศาสตร์สาขาศิลปะและการออกแบบ
มหาวิทยาลัยกรุงเทพผู้พิชิตทุนการศึกษา NABA Summer 2022 หลักสูตร Product Design
ในการเเข่งขันชิงทุนการศึกษา NABA SUMMER COURSES 2022 🏆ในปีนี้
ซึ่งทั้งสี่คน จะได้รางวัลเป็นทุนการศึกษาลดค่าเรียน 50% ของหลักสูตรซัมเมอร์
เเละน้องๆจะเดินทางไปเรียนที่สถาบันนาบา เมืองมิลาน เป็นเวลาสองอาทิตย์ในเดือนกรกฏาคมนี้
Blog นี้ พี่ ๆ DP ได้คัดสรร 5 อาร์ตแกลอรี่น่าไปเยือน ที่มีทั้งสถานที่สุดแมสและไม่แมส รอบเมืองฟลอเรนซ์ (Florence) หรือใครอยากเรียกแบบฉบับชาวอิตาเลียนให้ออกเสียงพร้อมกันว่า ฟีเรนเซ (Firenze) ที่นอกจากจะเป็นเมืองอันโด่งดังทางประวัติศาสตร์แล้ว งานศิลปะและสถาปัตยกรรมของที่นี่ก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กัน อย่างผลงานชิ้นเอกที่ใครมาอิตาลีก็พลาดไม่ได้อย่าง ประติมากรรม
หินอ่อน เดวิด (David) ที่รังสรรค์โดยมือของ มิเคลันเจโล (Michalangelo) ศิลปินคนสำคัญของชาวอิตาเลียน ซึ่งที่นี่นับเป็น 1 ในอาร์ตแกลอรี่ที่พี่ ๆ กำลังจะพาทุกคนไปรู้จักในวันนี้ มาเริ่มกันเลย!
“The Academia Gallery” อาร์ตแกลอรี่สุดแมส หากใครมีโอกาสมาเยือนเมืองฟลอเรนซ์ ก็ควรซื้อบัตรมาชมสักครั้ง! หลาย ๆ คนคงมีคำถามในใจว่าทำไมพี่ ๆ DP ถึง Proudly to present ขนาดนี้ ก็ประติมากรรมหินอ่อน เดวิด (David) ที่ยืนเปลือยกายท่านนี้ นับเป็นผลงานชิ้นเอกของ มิเคลันเจโล ที่แสดงความรุ่งเรืองทางศิลปะในยุคเรเนซองส์ (Renaissance) นั่นเอง โดยคุณเค้าได้นำหินอ่อนสีขาวมาจากเมืองคาร์รารา (Carrara) มาแกะสลักรูปพระเจ้าเดวิดตามคำภีร์ไบเบิล ที่แสดงสรีระความแข็งแรงและงดงามของชายหนุ่ม โดยเปิดแสดงเป็นครั้งแรกที่เมืองฟลอเรนซ์ ก่อนภายหลังได้นำมาจัดโชว์ที่อาร์ตแกลอรี่แห่งนี้

“อุฟฟิซิ” อาร์ตแกลอรี่ตั้งอยู่ขอบของพื้นที่จัตุรัสเปียซซาเดลซิญญอเรีย (Piazza Della Signoria) แหล่งรวมประติมากรรมสุดเจ๋งของเหล่าศิลปินเอกชาวอิตาเลียนบนลานกลางแจ้ง ที่ตั้งอวดโฉมให้คนเดินผ่านไปมาได้ชมกันฟรี ๆ มาในส่วนของอุฟฟิซิ อาร์ตแกลอรี่แห่งนี้ได้เริ่มสะสมผลงานศิลปะมาอย่างยาวนานตั้งแต่ศตวรรษที่ 13 เลยทีเดียว! ซึ่งไฮไลท์ของที่นี่คือภาพเขียนสุดปราณีตที่มีชื่อเสียงโด่งดังอย่าง ภาพกำเนิดวีนัส (The Birth of Venus) เทพธิดาแห่งความรัก หรือเรียกตามภาษากรีกว่า อโฟรไดต์ (Aphrodite) โดยจิตรกรชาวอิตาเลียน ซานโดร บอตติเชลลี (Sandro Botticelli) นอกจากผลงานชิ้นนี้ ก็ยังมีผลงานที่โดดเด่นอื่น ๆ ถูกจัดแสดงไว้ภายในอาร์ตแกลอรี่แห่งนี้อีกมากมาย

สายแฟชั่น Must See! เพราะพิพิธภัณฑ์แห่งนี้รอเติมเต็มแรงบันดาลใจให้ทุกคนที่หลงไหลด้านแฟชั่น โดยเฉพาะการทำรองเท้า “Museo Salvatore Ferragamo” แห่งนี้เกิดขึ้นจากครอบครัว เฟอร์รากาโม (Ferragamo) ที่มาบอกเล่าเรื่องราวการสร้างแบรนด์รองเท้าผ่านภาพวาด ไปจนถึงแบบจำลองไม้ให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชมกัน ส่วนไฮไลท์ที่ถูกพูดถึงมากที่สุดของแบรนด์ในช่วงทศวรรษที่ 1920 คงจะเป็นรองเท้าส้นตึกสีรุ้ง ที่ออกแบบอย่างปราณีตสวยงามให้กับ จูดี้ การ์แลนด์ (Judy Garland) ดาวเด่นจากยุคมิวสิคัลผู้โด่งดังจากหนังเรื่อง The Wizard of Oz ที่รอให้ทุกคนมายลโฉม นอกจากนี้ยังมีผลงานอื่น ๆ ที่น่าสนใจ รอให้ทุกคนตบเท้าเข้าไปค้นหาอีกเพียบ พี่ ๆ DP คอนเฟิร์ม

The Bargello อาคารสาธารณะเก่าแก่สุดเก๋าที่ผลิกโฉมจากสำนักงานตำรวจ มาเป็นที่จัดแสดงผลงานศิลปะของศิลปินชื่อดังอย่าง เดลนาเตลโล (Denatello) ยอดประติมากรแห่งยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ผู้เป็นหนึ่งด้านงานประติมากรรมด้วยวัสดุหลากชนิด โดยเฉพาะงานหินอ่อนและสำริด นอกจากนี้ยังมีผลงานที่โดดเด่นอื่น ๆ กระจายกันจัดแสดงอยู่ตามห้องและโถงทางเดิน ซึ่งมีกลิ่นอายความโบราณจ๋า ที่รอให้ทุกคนมาสัมผัส

ปิดท้ายด้วยศูนย์กลางทางวัฒนธรรมที่คงกลิ่นอายความเป็นยุคเรเนซองส์ (Renaissance) ที่รองรับพื้นที่ไว้สำหรับจัด Art Exhibition ทุกแขนง ไม่ว่าจะเป็นงานเก่าแก่ของศิลปินอย่าง Leonardo ก็เคยมาจัดแสดงที่นี่! ไปจนถึงนิทรรศการของศิลปินชั้นนำที่แสดงผลงานสมัยใหม่ ก็ถูกเลือกสรรให้มารวมไว้ในพื้นที่แห่งนี้สับเปลี่ยนหมุนเวียนกันไป เรียกได้ว่าจัดมาแต่งานคุณภาพ นอกจากนี้ยังมีการจัดเวิร์คช็อปสำหรับคนที่สนใจเรื่องราวของการสื่อสารศิลปะร่วมสมัยเป็นโปรแกรมพิเศษไว้แล้ว ใครที่มีแพลนจะมา พี่ ๆ DP แนะนำให้ติดตาม Upcoming Events ไว้ให้ดี


“It’s up to you to make every day as perfect as possible
– it’s a question of will and discipline.”
“มันขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำทุกวันให้เป็นวันที่เพอร์เฟกต์เท่าที่เป็นไปได้ไหม
มันคือคำถามถึงเรื่องความตั้งใจและความมีวินัย”
แน่นอนว่าในแต่ละเส้นทางอาชีพย่อมมีความยากง่ายแตกต่างกันออกไป ระหว่างเส้นทางอาจไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ ซึ่งกว่าใครหลาย ๆ คนจะข้ามผ่านบททดสอบความสามารถไปได้ ก็ต้องทุ่มเททั้งแรงกายและแรงใจไม่น้อย เช่นเดียวกันบุคคลนี้ ที่พี่ ๆ DP กำลังจะพาทุกคนไปรู้จักกัน
เขาคือ “ปู่คาร์ล” หรือ “คาร์ล ลาเกอร์เฟลด์” (Karl Otto Lagerfeld) สุดยอดดีไซเนอร์สัญชาติเยอรมัน ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์แฟชั่นระดับโลกมาอย่างยาวนาน ใครจะไปรู้ว่าที่จริงแล้ว ปู่คาร์ลคนนี้ได้เรียนจบด้านประวัติศาสตร์ศิลปะจาก Lycée Montaigne ประเทศอิตาลี แต่เขาไม่เคยเรียนจบสายแฟชั่นจริงจังมากก่อน!
เส้นทางดีไซเนอร์ของปู่คาร์ลเริ่มจากความหลงไหลด้านการออกแบบและสเก็ตช์ภาพ เขาชื่นชอบการตัดรูปจาก Fashion Magazine ออกมาแปะเล่นตั้งแต่เด็ก ๆ และเดินสายเข้าประกวดการออกแบบมาตั้งแต่อายุประมาณ 14 ปี จากนั้นเอง เขาก็ทุ่มเทในการศึกษาเรื่องผ้านานกว่า 2 ปี จนได้ทำงานเป็นผู้ช่วยออกแบบครั้งแรกในปี 1955 ให้กับแบรนด์ Pierre Balmain จนมีลูกค้าเป็นเหล่าคนดังและผู้หญิงชั้นสูง
เฉิดฉายไม่หยุด! ต่อมาเขาได้ทำงานให้แบรนด์ชั้นนำอย่าง Jean Patou, Tiziano, Chloe, Curiel, Fendi, Valentino และที่ท้าทายตัวเขามากที่สุดคงจะเป็นการนั่งตำแหน่งผู้อำนวยการออกแบบให้กับแบรนด์ Chanel จนถึงวัย 85 ปี
สัญลักษณ์ Double C สุดเรียบง่าย ใครเห็นเป็นรู้จัก
เข้าสู่ความท้าทายในช่วงปี 1982 ที่เป็นช่วงอิ่มตัวของแบรนด์ Chanel พอดี ซึ่งก็ได้ อแลง แวร์ตไฮเมอร์ (Alain Wertheimer) ผู้ทาบทามให้เขามาเป็นส่วนหนึ่งของแบรนด์ ปู่คาร์ลได้ตอบรับในทันที ในขณะเดียวกัน ใคร ๆ ก็ต่างบอกว่ายากนะ ที่จะทำให้แบรนด์กลับมาปัง แต่ผิดคาด เขาคนนี้สามารถกับมาสร้าง Product Iconic ให้กลายเป็นที่หมายปองของสาวหลาย ๆ คนได้สำเร็จ จากการคิดค้น Signature แบรนด์ให้เรียบง่ายกว่าเดิม อย่าง สัญลักษณ์ตัว C ไขว้ เพื่อให้แบรนด์เป็นที่จดจำได้นั่นเอง
“When I did H&M everyone said don’t do it and it worked.
When I took over Chanel everyone said to me don’t do it,
it’s dead, it doesn’t work, it worked.
So I better not listen to people and follow my instincts.”
“เมื่อตอนที่ผมทำ H&M ทุกคนบอกว่าอย่าทำ แต่ปรากฏว่ามันเวิร์ค
เมื่อผมเข้าสู่ Chanel ทุกคนก็บอกว่าอย่าทำ
มันตายแล้ว มันไม่เวิร์ค แต่มันเวิร์ค
ดังนั้นผมจึงเลิกฟังคนอื่น แล้วทำตามสัญชาตญาณของตัวเองดีกว่า”
น่าเสียดายที่ปู่คาร์ลได้ลาจากวงการแฟชั่นอันเป็นที่รักไปแล้ว แม้ตัวจะจากไป แต่ผลงานและแรงบันดาลใจของเขายังคงอยู่ เขาเป็นบุคคลตัวอย่างในเรื่องของความพยายามและมีวินัยในเส้นทางที่อยากจะไปจนประสบความสำเร็จ แม้จะเจอโจทย์ยาก ๆ แค่ไหน ก็ไม่เคยย่อท้อ แต่กลับคิดว่ามันเป็นเรื่องสนุกและท้าทาย เรียกได้ว่า ปู่คาร์ลนี่เป็นตัวแทนของคนที่หลงไหลแฟชั่นอย่างแท้จริง
มาเปลี่ยนความฝัน ให้เป็นจริงกับ DP Education
หวังว่า Blog นี้จะสร้างแรงบันดาลใจไม่มากก็น้อย พี่ ๆ DP ขอเป็นกำลังใจให้สำหรับคนที่มีใจศึกษาต่อด้านแฟชั่น แต่ยังไม่มีพื้นฐาน หรือจบไม่ตรงสาย ทางเรามีคอร์ส Intensive จากสถาบันมารังโกนี่ (Istituto Marangoni) ไว้ช่วยผลักดันให้น้อง ๆ ที่หลงไหลด้านแฟชั่น ให้เข้าใกล้ความฝันมากขึ้น หากใครสนใจสามารถติดต่อผ่าน LINE Official ของ DP Education มาได้เลย!